KASALONGKHAM RESEARCH JOURNAL
วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

วารสารการวิจัยกาสะลองคำ : Home > Vol.9, No.2 July-December 2015
ISSN 1906-3016
วารสารการวิจัยกาสะลองคำ

การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาศาสตร์และศิลป์ในการสร้างความสุข ตามแนวคิดจิตตปัญญาศึกษาสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
(Development of Science and Art for Happiness Creation Course Based on Contemplative Education for Bachelor Degree Students, Chiang Mai University )

สมบัติ สกุลพรรณ์

ABSTRACT

ตปัญญาศึกษา สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศึกษาผลของการใช้หลักสูตร คือ (1) ความสุขของผู้เรียน (2) ความพึงพอใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน และ (3) ความคิดความรู้สึกอื่นของผู้เรียน หลังสิ้นสุดการใช้หลักสูตร การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ (1) ระยะศึกษาความต้องการในการพัฒนาหลักสูตร ทบทวนวรรณกรรมเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (2) ระยะพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตร และ (3) ระยะนำหลักสูตรไปใช้และประเมินผลการใช้ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ จำนวน 51 คน ซึ่งสมัครใจลงทะเบียนเรียนรายวิชานี้ผ่านระบบเครือข่ายของสำนักทะเบียนและ ประมวลผล เครื่องมือที่ใชใ้ นการวิจัยครั้งนี้ ประกอบดว้ ย หลักสูตรรายวิชาศาสตรแ์ ละศิลปใ์ นการสรา้ งความสุข ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น และเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลการใช้หลักสูตร คือ (1) แบบประเมินความสุขของผู้เรียน (2) แบบสอบถามความพึงพอใจในการเรียนรูข้ องผูเ้ รียน และ (3) แบบประเมินการเรียนรูข้ องผูเ้ รียนหลังสิ้นสุด การเรียนการสอนซึ่งเป็นคำถามปลายเปิด 2 คำถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (Dependent t-test) และข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์เนื้อหา โดยการจัดหมวดหมู่เนื้อหาทั้งหมด ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ผลการพัฒนาหลักสูตร ทำให้ได้รายวิชาศาสตร์และศิลป์ในการสร้างความสุข ประกอบด้วย ภาคทฤษฎี 30 ชั่วโมง และการฝึกปฏิบัติการนอกสถานที่ 30 ชั่วโมง รายวิชานี้ได้รับอนุมัติให้เปิดสอนสำหรับนักศึกษา ระดับปริญญาตรีทุกชั้นปี ทุกคณะและสถาบันของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2555 และเปดิ สอนทุกภาคการศึกษาปกติ เนื้อหาสาระหลักประกอบดว้ ยเรื่องชีวิตมนุษยก์ ับการศึกษา จิตตปญั ญา ศึกษาและความสุข จัดกระบวนการเรียนรู้แบบ E-Learning ผ่านระบบ CMU Online ร่วมกับการใช้ Facebook จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคหลักของจิตตปัญญาศึกษา 5 เทคนิค ได้แก่ (1) การฟังอย่างลึกซึ้ง (2) สุนทรียสนทนา (3) การน้อมสู่ใจอย่างใคร่ครวญ (4) การเฝ้ามองเห็นตามความเป็นจริงหรือการ สงบนิ่งอยู่กับตัวเอง และ (5) การสะท้อนการเรียนรู้ โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียน 8 คาบ ในระบบ Online 7 คาบ และฝึกปฏิบัติการนอกสถานที่ 2 วันติดต่อกัน โดยนอนค้าง 1 คืน ผลการใช้หลักสูตรพบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความสุขเฉลี่ยโดยรวมก่อนและหลังการใช้หลักสูตรไม่แตกต่างกัน แต่เมื่อ พิจารณาคะแนนความสุขเฉลี่ยรายข้อแล้วพบว่า มีจำนวน 18 ข้อ ที่คะแนนหลังการใช้หลักสูตรสูงกว่าก่อนการ ใช้หลักสูตร โดยมีจำนวน 4 ข้อ ที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 58.82 ที่คะแนนความสุขหลังการใช้หลักสูตรสูงกว่าก่อนการใช้ 2. กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความพึงพอใจในการเรียนรู้เฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับสูง และรายด้านมีตั้งแต่ ระดับสูงถึงระดับสูงสุด โดยด้านการมีโอกาสก้าวหน้าและด้านสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนเรียน อยู่ในระดับสูงสุด ทั้งสองด้าน กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 64.71 และ 50.99 มีความพึงพอใจในการเรียนรู้ด้านสัมพันธภาพระหว่าง เพื่อนร่วมเรียน และด้านโอกาสก้าวหน้าอยู่ในระดับสูงสุด ตามลำดับ ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าหลักสูตรรายวิชาศาสตร์และศิลป์ในการสร้างความสุข ตามแนวคิด จิตตปัญญาศึกษา ที่พัฒนาขึ้น ทำให้ผู้เรียนมีความพึงพอใจในการเรียนรู้ รับรู้ถึงประโยชน์และคุณค่าของเนื้อหา สาระและกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน แม้ว่าคะแนนความสุขของผู้เรียนโดยภาพรวมก่อนและ หลังการเรียนจะไม่แตกต่างกัน แต่ผู้เรียนก็ไม่เครียดในการเรียนและบอกว่าสามารถนำความรู้และประสบการณ์ ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง แล้วเสนอว่าควรเปิดสอนในทุกภาคการศึกษา

KEYWORDS

การสร้างความสุข, จิตตปัญญาศึกษา, ความพึงพอใจในการเรียนรู้ Happiness Creation, Contemplative Education, Learning Satisfaction

FULL TEXT: