KASALONGKHAM RESEARCH JOURNAL
วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

วารสารการวิจัยกาสะลองคำ : Home > Vol.9, No.2 July-December 2015
ISSN 1906-3016
วารสารการวิจัยกาสะลองคำ

การศึกษาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษา จากการศึกษาสมรรถนะผู้บริหารจากพงศาวดาร สามก๊ก
(0 )

เสรี วงศ์สมฤดี

ABSTRACT

การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะที่เหมาะสมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อสร้าง สมการพยากรณ์ผลการประเมินสถานศึกษาของ สมศ. จากสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อสร้าง รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะที่สำคัญสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษาผลการใช้รูปแบบการพัฒนา สมรรถนะที่สำคัญสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็กในเขตภาคเหนือตอนบน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน จากผลการวิจัยได้พบว่ามีสมรรถนะที่เหมาะสมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็กในเขตภาคเหนือ ตอนบน ได้แก่ (1) สัตย์ซื่อ (2) สติปัญญา (3) สร้างสรรค์ (4) ส่วนร่วม (5) สัมพันธ์ (6) สอนงาน (7) สามารถ (8) ส่งเสริม และได้สร้างสมการพยากรณ์ผลการประเมินสถานศึกษาของ สมศ. จากสมรรถนะของผู้บริหาร สถานศึกษาขนาดเล็กในเขตภาคเหนือตอนบน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังตอ่ ไปนี้ สมการในรูปคะแนนดิบ คือ Y = .749 – .359(X6) + .281(X3) + .200(X7) – .247(X8) + .138(X1) สมการ ในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ = –.506(X6) + .403(X3) + .240(X7) – .270(X8) + .144(X1) จากสมการ พยากรณ์การประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาขนาดเล็ก ในเขตภาคเหนือตอนบนพบว่า สมรรถนะที่สามารถร่วมกันพยากรณ์ผลการประเมินของ สมศ. มี 5 สมรรถนะ คือ สมรรถนะด้านความสัตย์ซื่อ (X1) สมรรถนะด้านการสร้างสรรค์ (X3) สมรรถนะด้านการสอนงาน (X6) สมรรถนะด้านความสามารถใช้คน (X7) สมรรถนะด้านการส่งเสริม (X8) โดยผู้วิจัยได้สร้างรูปแบบการพัฒนา สมรรถนะผูบ้ ริหารสถานศึกษา โดยมีขั้นตอนดังตอ่ ไปนี้ (1) การบรรยาย (2) กรณีศึกษา (3) การสะทอ้ นความคิด (4) การสะท้อนความคิดอภิมาน (5) การให้ข้อมูลตอบรับ โดยผู้วิจัยได้มีการศึกษาผลการใช้รูปแบบการพัฒนา สมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษา โดยใช้รูปแบบวิจัยเชิงทดลองแบบมีกลุ่มควบคุม ทดสอบก่อนและหลัง (Pretest/ Posttest Control/Group Design) โดยใช้แบบประเมินตนเอง (มาตรวัดอันตรภาค) และแบบทดสอบความรู้หลายตัวเลือก (Multiple Choice Tests) และได้ผลการวิจัยดังต่อไปนี้ การเปรียบเทียบสมรรถนะการบริหาร งานระหว่างก่อนร่วมโครงการกับหลังร่วมโครงการ จากการประเมินตนเองพบว่า ในภาพรวมแตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความสัตย์ซื่อ ด้านสติปัญญา ด้านการ สร้างสรรค์ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ด้านการสอนงานและด้านความสามารถใช้คน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ด้านความสัมพันธ์ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ส่วนด้านการมีส่วนร่วมและด้านการส่งเสริม แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และพบว่า การเปรียบเทียบคะแนนสมรรถนะการบริหารระหว่างผู้บริหารที่เข้าร่วมโครงการ มีผลการประเมินก่อนและ หลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ส่วนสมรรถนะการบริหารระหว่างผู้บริหาร ที่ไม่เข้าร่วมโครงการ มีผลการประเมินก่อนและหลังเรียนแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

KEYWORDS

FULL TEXT: